จากนวัตกรรมสร้างสีสัน สู่ฟันเฟืองขับเคลื่อนการบริการไทย

อาจารย์เบญจวรรณ รอดคล้ายขลิบ
อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการนวัตกรรมการท่องเที่ยวและบริการ

เทคโนโลยีผสานไมตรีจิต: ยุทธศาสตร์การปรับใช้หุ่นยนต์บริการในภาคการท่องเที่ยวไทย ภาพจำของหุ่นยนต์บริการที่เคยเป็นเพียงจุดดึงดูดความสนใจชั่วคราวให้ผู้คนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพ กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีดังกล่าวได้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงลูกเล่นแปลกใหม่ สู่การเป็นกำลังแรงงานสำคัญที่มีบทบาทอย่างแท้จริงในภาคธุรกิจบริการ ตั้งแต่ร้านอาหารทั่วไปไปจนถึงโรงแรมระดับห้าดาว เสียงการเคลื่อนที่อย่างเงียบสงบของหุ่นยนต์ในปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่การเดินเสิร์ฟอาหารเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงการรับคำสั่งบริการ การจัดส่งสิ่งของจำเป็นถึงห้องพัก การนำทางผู้รับบริการ ตลอดจนการสื่อสารและตอบสนองต่อพฤติกรรมของมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติและแม่นยำยิ่งขึ้น
​บริบทระดับสากล: ความแตกต่างของแรงขับเคลื่อนในแต่ละประเทศ เมื่อพิจารณาในระดับสากล แรงผลักดันในการนำหุ่นยนต์บริการมาใช้มีความแตกต่างกันตามโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมอย่างชัดเจน

  • ประเทศญี่ปุ่น ขับเคลื่อนด้วยวิกฤตโครงสร้างประชากรสูงวัยขั้นรุนแรงและการลดลงของวัยแรงงาน ธุรกิจบริการจึงมุ่งเน้นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ เช่น การใช้หุ่นยนต์และระบบดิจิทัลบริหารจัดการพื้นที่ส่วนหน้า การเช็กอิน และการจัดเก็บสัมภาระทั้งหมด เพื่อให้ธุรกิจสามารถเปิดดำเนินการต่อไปได้
  • สหรัฐอเมริกา ขับเคลื่อนด้วยต้นทุนค่าแรงรายชั่วโมงที่อยู่ในเกณฑ์สูง การขาดแคลนแรงงานในเมืองใหญ่ และการคำนึงถึงความคุ้มทุนในการลงทุน (ROI) หุ่นยนต์จึงถูกนำมาใช้ทดแทนงานที่ทำซ้ำและวัดผลประสิทธิภาพได้ชัดเจน เช่น การเดินส่งสัมภาระและอาหารรูมเซอร์วิสตามห้องพัก หรือการทำความสะอาดทางเดินขนาดใหญ่ ซึ่งตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง
  • ประเทศไทย มีบริบทที่แตกต่างจากทั้งสองประเทศอย่างสิ้นเชิง ประเทศไทยไม่ได้นำหุ่นยนต์มาใช้เพื่อ “ลดต้นทุนค่าแรง” หรือ “ทดแทนมนุษย์แบบเบ็ดเสร็จ” แต่เลือกใช้ในโมเดลผสมผสานเพื่อเป็น “ผู้ช่วยแบ่งเบาภาระงานประจำวัน (Cobot/Assistant)” คอยรองรับงานเบื้องหลัง เพื่อรักษาเสน่ห์และมาตรฐานงานบริการของบุคลากรเอาไว้

​เหตุผลหลักในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในประเทศไทย (Primary Reasons for Adoption in Thailand) การตัดสินใจนำหุ่นยนต์บริการเข้ามาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจโรงแรมและการบริการของไทย ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ 4 ประการ

  1. การรักษาเอกลักษณ์การบริการแบบไทย จุดแข็งทางการแข่งขันของการท่องเที่ยวไทยคือไมตรีจิต ความอบอุ่น และการดูแลอย่างประณีตใส่ใจ ซึ่งเทคโนโลยีไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ การมอบหมายงานรูทีนและงานเบื้องหลังให้หุ่นยนต์รับผิดชอบ ช่วยป้องกันไม่ให้พนักงานเหนื่อยล้าจนเกินไป ทำให้บุคลากรสามารถทุ่มเทเวลาให้กับการดูแลลูกค้าเชิงลึกและการแก้ไขปัญหาหน้างานได้อย่างเต็มที่
  2. การบริหารจัดการความผันผวนตามฤดูกาลท่องเที่ยว อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเผชิญความผันผวนสูงระหว่างช่วง High Season และ Low Season หุ่นยนต์บริการเข้ามาเป็นกำลังเสริมที่ยืดหยุ่น ช่วยรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยไม่สร้างภาระต้นทุนคงที่จากการจ้างงานและเลิกจ้างแรงงานซ้ำซาก
  3. การลดภาระงานหนักและดูแลสุขภาพพนักงาน ภาระงานทางกายภาพที่หนักหน่วง เช่น การลำเลียงผ้าซักรีดและสัมภาระน้ำหนักมาก หรือการเดินเสิร์ฟอาหารระยะไกลต่อเนื่องหลายชั่วโมง เป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บและอัตราการลาออกสูงของพนักงานระดับปฏิบัติการ การนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยทำงานหนักเหล่านี้ช่วยยกระดับสุขอนามัยในการทำงาน และรักษาเสถียรภาพของกำลังคน
  4. การยกระดับภาพลักษณ์สู่การท่องเที่ยวยุคใหม่ การผสานนวัตกรรมอัตโนมัติเข้ากับสถานประกอบการช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย ตอบสนองความต้องการด้านสุขอนามัยแบบไร้การสัมผัสและสร้างความมั่นใจให้แก่นักเดินทางยุคใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี
    ​รูปแบบการประยุกต์ใช้งานจริงในภาคบริการไทย ปัจจุบันภาคธุรกิจบริการชั้นนำของไทยได้นำหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติมาปรับใช้จริงตามลักษณะพื้นที่การทำงาน
  • กลุ่มโรงแรมระดับห้าดาวและโรงแรมในหัวเมืองท่องเที่ยวหลัก
    o งานบริการห้องพักและส่วนหน้า นำหุ่นยนต์ส่งของอัตโนมัติที่สามารถเชื่อมต่อระบบลิฟต์และแผนที่อาคาร มาใช้จัดส่งสิ่งของจำเป็น อาหารรูมเซอร์วิส และสัมภาระไปยังหน้าห้องพักของแขกโดยตรงตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้แรงงานคนเดินขึ้น-ลงอาคาร
    o งานสนับสนุนหลังบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง ใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดอัตโนมัติขัดและดูดฝุ่นบริเวณโถงต้อนรับและทางเดินขนาดใหญ่ รวมถึงใช้หุ่นยนต์บรรทุกของหนักช่วยลำเลียงผ้าปูที่นอนและผ้าซักรีดที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม ช่วยปลดล็อกให้พนักงานต้อนรับและพนักงานอำนวยความสะดวกสามารถมุ่งเน้นการปฏิสัมพันธ์กับแขกได้อย่างเต็มที่
  • กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแบบเครือข่าย
    o นำหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารแบบหลายชั้นมาช่วยเดินลำเลียงถาดอาหารและภาชนะระหว่างห้องครัวกับโต๊ะอาหาร เพื่อลดระยะทางและภาระการเดินต่อเนื่องของพนักงานเสิร์ฟ
    o ติดตั้งสถานีชงเครื่องดื่มอัตโนมัติ (Robotic Barista) ในพื้นที่ศูนย์การค้าและโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ เพื่อให้บริการเครื่องดื่มได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และรักษามาตรฐานความสะอาดสม่ำเสมอ
  • จุดบริการต้อนรับและคัดกรองข้อมูลเบื้องต้น:
    o นำหุ่นยนต์ปฏิสัมพันธ์มาประจำการบริเวณทางเข้าโถงอาคาร เพื่อช่วยแนะนำเส้นทาง แสดงคิวอาร์โค้ดสำหรับเช็กอิน และตอบคำถามเบื้องต้นแบบหลายภาษา (ไทย, อังกฤษ, จีน) แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ
    ​โอกาสเชิงยุทธศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน การเติบโตของการใช้งานหุ่นยนต์บริการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการยกระดับประสิทธิภาพของธุรกิจท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการบ่มเพาะระบบนิเวศทางเทคโนโลยีของประเทศ ความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสามารถเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการวิจัย พัฒนา และต่อยอดธุรกิจสตาร์ทอัปด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว
    ​ทิศทางที่ยั่งยืนที่สุดของภาคบริการไทยจึงไม่ใช่การนำหุ่นยนต์มาทดแทนมนุษย์อย่างเบ็ดเสร็จ หากแต่เป็นการผสานจุดแข็งระหว่าง “ความแม่นยำและประสิทธิภาพของเทคโนโลยี” เข้ากับ “ไมตรีจิตและหัวใจบริการของบุคลากร” เพื่อสร้างมาตรฐานการบริการที่สมบูรณ์แบบและขับเคลื่อนขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในระดับสากล
แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง