อาจารย์ชานนท์ คันธฤทธิ์
อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์
วลีที่ว่า “คนจนจริงไม่ได้เงิน คนได้เงินคือคนไม่จน” กลายเป็นวลีเด็ดที่คู่กับประเทศไทยมาช้านาน นวัตกรรมรัฐประศาสนศาสตร์จึงไม่ใช่เพียงเรื่องเพ้อฝันหรือคำสวยหรูในรายงานการประชุมเพื่อเบิกงบประมาณไปวันๆ แต่มันคือการแก้วัฒนธรรมการทำงานของรัฐที่ปล่อยให้ประชาชนติดกับดักความจนที่ซ้ำซากมานานหลายทศวรรษ ระบบราชการไทยที่เน้นพิธีกรรมยึดติดกับอำนาจนิยมมากกว่าการมองที่ผลลัพธ์ คือตัวการใหญ่ที่แช่แข็งความยากจนให้เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจึงไม่มีพื้นที่เหลือให้แก่นักบริหารแนวอนุรักษนิยม เมื่อกลไกการปฏิบัติราชการที่ปราศจากเทคโนโลยีสารสนเทศกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
บทบาทของข้าราชการยุคใหม่ต้องเลิกทำตัวเป็นเจ้านายที่วางอำนาจรอให้คนมากราบไหว้ แต่ต้องเปลี่ยนเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายด้วยฐานข้อมูลที่มีความมุ่งมั่นในการสืบค้นข้อเท็จจริงและบูรณาการฐานข้อมูลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยการนำปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาใช้ ต้องทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขจัดความล่าช้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการบริการสาธารณะ และเพื่อให้ความช่วยเหลือโดยการเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว รัฐต้องเลิกให้ประชาชนรอคอยการพิจารณาสิทธิข้ามปีเพียงเพื่อจะได้รับกระดาษมาให้กรอกเพิ่ม จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่ภาครัฐจะต้องประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นกลไกในการแก้ไขความล้าหลังและแก้ปัญหาโครงสร้างเชิงสถาบัน
นวัตกรรมที่ยั่งยืนจึงเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่การบูรณาการข้อมูลเชิงรุก ที่ส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงและรับส่งข้อมูลโดยอัตโนมัติ อันเป็นสิ่งสำคัญของการบริหารราชการแบบดิจิทัลที่ไร้รอยต่ออย่างแท้จริง ซึ่งหาก AI ตรวจพบว่าประชาชนต้องการการช่วยเหลือ เช่น ปัญหาด้านการเงินหรือสุขภาพ ระบบต้องส่งสัญญาณแจ้งเตือนและจัดสรรความช่วยเหลือเชิงรุกให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทันที สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของรัฐบาลอัจฉริยะ (Smart Governance) ที่มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และตอบสนองต่อพลวัตของโลกดิจิทัล นอกจากนี้รัฐจำเป็นต้องใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อสร้างธรรมาภิบาล ความโปร่งใสเป็นธรรมและตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากลในการจัดสรรทรัพยากรสู่ประชาชน ด้วยการใช้ Block Chain ในการสร้างกลไกการส่งมอบสวัสดิการแบบไร้คนกลาง เพื่อรับประกันว่าทรัพยากรของรัฐจะส่งถึงมือผู้เดือดร้อนอย่างครบถ้วนและโปร่งใสมากที่สุด การใช้เทคโนโลยีเปิดเผยการใช้งบประมาณแบบ Open Data จึงเป็นการแก้ปัญหาการคอร์รัปชันและดึงอำนาจกลับมาไว้ในมือประชาชน เพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีตรวจสอบความโปร่งใส
รัฐบาลควรมุ่งเน้นการทำนโยบายที่สร้างรากฐานทางนวัตกรรมทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการสร้างรายได้และยกระดับศักยภาพในการพึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง ใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่รัฐพัฒนาขึ้นมาในการตัดวงจรพ่อค้าคนกลางออกไป เพื่อให้เกษตรกรและชาวบ้านได้รับรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยโดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ การใช้เทคโนโลยีมาปลดล็อกความจนในครั้งนี้จึงถือเป็นการแก้วัฒนธรรมระบบราชการแบบดั้งเดิม นวัตกรรมทางรัฐประศาสนศาสตร์ในยุคเปลี่ยนผ่านจึงต้องทำให้ระบบ “ฉลาด มีประสิทธิภาพ และมีหัวใจ” และถึงเวลาที่ต้องเปิดทางให้นวัตกรรมรวมถึงบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีโลกทัศน์กว้างไกลกว่ากรอบระเบียบเดิม เข้ามาขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและระบบบริหารราชการที่เน้นเทคโนโลยีเพื่อกำจัดความยากจน

อาจารย์ชานนท์ คันธฤทธิ์
อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์




