บทความวิชาการ​: โลกแห่งนวัตกรรม และ AIพลิกโฉมการจัดการความปลอดภัยในอุตสาหกรรม

อาจารย์สุคนธ์ ขาวกริบ

หัวหน้าสาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ

เมื่อความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องของ “โชคชะตา” แต่คือระบบที่ต้องสร้าง

ในโลกที่ทุกวินาทีคือการแข่งขัน ความเร็วคือคุณค่า และความผิดพลาดคือราคาที่แพงเกินไป “ความปลอดภัยในการทำงาน” จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นภาระหรือข้อจำกัดอีกต่อไป หากแต่ต้องถูกยกระดับให้เป็น “กลยุทธ์หลักขององค์กร” ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการทั่วไป หรือพื้นที่ก่อสร้างที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในทุกขั้นตอน เหตุการณ์เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟโดยสารที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 มีผู้เสียชีวิตถึง 32 ราย และโครงสร้างทางยกระดับที่ถล่มบนถนนพระราม 2 ในเช้าวันถัดมา มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 5 ราย และรถยนต์เสียหายหลายคัน สองเหตุการณ์ในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง คือเสียงเตือนที่ดังสะท้อนถึงทุกฝ่ายว่า มาตรการเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป ความเสี่ยงเชิงระบบกำลังท้าทายทุกองค์กร และการพึ่งพาเพียงกฎระเบียบหรือการตรวจสอบแบบเดิมไม่สามารถรับมือกับความซับซ้อนของโครงการยุคใหม่ได้แล้ว

นวัตกรรมเปลี่ยนเกมส์ความปลอดภัย

ในยุคแห่งนวัตกรรม เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยก้าวข้ามจากการเป็น “อุปกรณ์เสริม” สู่ “ระบบอัจฉริยะ” ที่ทำงานร่วมกับมนุษย์อย่างใกล้ชิด มีเครื่องมือมากมายที่เข้ามาเสริมสร้างความปลอดภัยได้อย่างเป็นรูปธรรม หากโครงสร้างที่กำลังถูกยกขึ้นด้วยเครนมีเซนเซอร์ฝังอยู่ตามจุดสำคัญ เซนเซอร์เหล่านี้จะทำหน้าที่เหมือนดวงตาที่ไม่เคยหลับใหล คอยเฝ้ามองแรงสั่นสะเทือน น้ำหนักที่กดทับ และความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น ข้อมูลที่ถูกรวบรวมจะถูกส่งต่อไปยังระบบกลางที่มี AI วิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง ราวกับมีสมองที่คอยคิดแทนมนุษย์ คาดการณ์ความเสี่ยงและสั่งหยุดการทำงานทันทีเมื่อพบสัญญาณอันตราย โรงงานผลิตเหล็กในญี่ปุ่นใช้เซ็นเซอร์ขั้นสูงร่วมกับ AI และ IoT เพื่อตรวจจับความร้อนและแรงดันในเตาหลอม ผลคือการลดอุบัติเหตุระเบิดลงกว่า 70% อีกมิติหนึ่งหากมีโดรนบินตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างและเส้นทางเป็นระยะ ภาพที่ได้จะช่วยให้ผู้ควบคุมเห็นความเสี่ยงที่สายตามนุษย์อาจมองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่วางผิดตำแหน่งหรือการเคลื่อนไหวที่ไม่ปลอดภัยของเครื่องจักร บริษัทก่อสร้างในสิงคโปร์ใช้โดรนตรวจสอบนั่งร้านและพื้นที่สูงช่วยลดความเสี่ยงการตกจากที่สูงของคนงานลงอย่างมีนัยสำคัญ และหากเราสร้างแบบจำลองดิจิทัลของโครงการ หรือที่เรียกว่า Digital Twin เป็นโลกเสมือนที่สามารถทดลองสถานการณ์ล่วงหน้า ทดสอบมาตรการความปลอดภัย และปรับปรุงก่อนนำไปใช้จริง โครงการรถไฟฟ้าในยุโรปใช้ Digital Twin จำลองการเคลื่อนย้ายโครงสร้างขนาดใหญ่ ทำให้สามารถคาดการณ์จุดเสี่ยงและแก้ไขก่อนการก่อสร้างจริงได้อย่างแม่นยำ

บทเรียนและการเปลี่ยนแปลง

อุบัติเหตุไม่ควรถูกจดจำเพียงเป็นโศกนาฏกรรมที่บันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ แต่ต้องถูกใช้เป็นแรงผลักดันให้เราสร้างระบบความปลอดภัยที่เข้มแข็งและยั่งยืน นวัตกรรมคือเกราะกำบังที่ช่วยป้องกัน วัฒนธรรมคือหัวใจที่ทำให้ทุกคนร่วมมือกัน และทั้งสองสิ่งต้องเดินไปด้วยกัน หากยังละเลยการสร้างระบบที่เชื่อมโยงทั้งเทคโนโลยีและพฤติกรรมมนุษย์ อุบัติเหตุครั้งต่อไปอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว เราจะยอมให้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเดินไปข้างหน้าโดยทิ้งความปลอดภัยไว้ข้างหลังให้เป็นเรื่องของโชคชะตา เช่นนั้นหรือ

อาจารย์สุคนธ์ ขาวกริบ

หัวหน้าสาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง