บทความวิชาการ Tokamak: เมื่อ “ดวงอาทิตย์จำลอง” อาจกลายเป็นพลังงานใหม่ของประเทศไทย

อาจารย์ ดร.กฤษติยา โตม่วง

หัวหน้าหมวดศึกษาทั่วไป คณะศึกษาศาสตร

ความหวังที่อาจทำให้ค่าไฟนิ่งขึ้นหรืออาจลดลง และอากาศดีขึ้นจริง

สิ่งที่ดึงดูดคนทั้งโลกให้สนใจโทคาแมกคือมันสามารถผลิตพลังงานได้มาก โดยไม่สร้างก๊าซคาร์บอน ไม่ทิ้งกากกัมมันตรังสีอันตราย โดยเชื้อเพลิงของโทคาแมกมาจาก “น้ำทะเล” ซึ่งแทบไม่มีวันหมด สำหรับประเทศอย่างไทย ที่พึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้ามากเป็นอันดับต้น ๆ ของอาเซียน สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะค่าไฟในไทยที่ขึ้นลงในทุกวันนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะราคาพลังงานโลกเปลี่ยนตามสถานการณ์ตลอดเวลา แต่ถ้าวันหนึ่งเรามีพลังงานฟิวชันใช้จริง ค่าไฟก็อาจนิ่งขึ้นแบบที่คนไทยรอคอยมานาน และยังช่วยให้ไทยเดินหน้าเรื่อง เป้าหมายลดคาร์บอนได้แบบก้าวกระโดด ไม่ต้องมานับถ่านหินหรือก๊าซธรรมชาติว่าพอไหมอีกต่อไป

ข้อกังวลที่สำคัญ: ต้นทุนสูงมาก และซับซ้อนกว่าแค่กดสวิตช์ไฟ

แม้ภาพอนาคตจะสวยงาม แต่โทคาแมกยังมีข้อเท็จจริงที่ต้องรับให้ได้ มันคือเทคโนโลยีที่แพงและซับซ้อนที่สุดอย่างหนึ่งบนโลก เครื่องโทคาแมกระดับงานวิจัยมีราคาหลักแสนล้านบาท และแม้จะมีข่าวดีเรื่องการทดลองที่เริ่มให้ผลลัพธ์มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่โลกก็ยังอยู่ห่างจากวันที่ฟิวชันกลายเป็นไฟฟ้าจริงในบ้านเรายประเทศไทยไม่สามารถทุ่มเงินมหาศาลสร้างเครื่องยักษ์เองได้แน่ ๆ สิ่งที่ทำได้คือ ร่วมขบวนไม่ใช่สร้างขบวนเอง นอกจากนี้ สังคมไทยยังคงมีความกลัวคำว่านิวเคลียร์แบบฝังลึก แม้ฟิวชันของโทคาแมกจะปลอดภัยกว่าฟิชชันของนิวเคลียร์หลายเท่าก็ตาม นี่เป็นโจทย์ใหญ่ของนักนโยบายไทย หากวันหนึ่งเราต้องตัดสินใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้จริง ๆ

ความเป็นไปได้ในไทย: โทคาแมกทำอะไรได้บ้างโดยไม่เพ้อฝัน

บางคนอาจคิดว่าไทยจะไปสร้างโทคาแมกทำไม ประเทศใหญ่ ๆ ยังทำไม่สำเร็จเลย ความจริงคือ ไทยไม่จำเป็นต้องสร้างโทคาแมกเองตั้งแต่แรก แต่ควรเริ่มต้นจากสิ่งที่เราทำได้ เช่น ส่งนักวิจัยไปร่วมโครงการใหญ่ระดับโลก ตั้งทีมวิจัยพลาสมาและวัสดุทนพลังงานสูง ผลิตบุคลากรด้านเทคโนโลยีฟิวชันแบบระยะยาว ผลักดันอุตสาหกรรมชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงในไทย สร้างความเข้าใจเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ที่ถูกต้องในสังคม ทั้งหมดนี้เป็นก้าวเล็ก ๆ ที่สำคัญ เพื่อไม่ให้ไทยถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะวันที่ฟิวชันพร้อมใช้งานจริงในระดับโลก อาจไม่ใช่วันที่เรามีเวลามาหัดเดิน แต่คือวันที่ต้องวิ่งตามทันให้เร็วที่สุด

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น: โอกาสที่น่าตื่นเต้น และโจทย์ที่ต้องรับมือ ถ้าโลกใช้ฟิวชันไทยจะได้อะไร

1. ค่าไฟอาจนิ่งขึ้นหรือลดลง ลดความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและก๊าซ

2. คุณภาพอากาศดีขึ้น ลดปัญหาฝุ่น PM2.5

3. ประเทศอาจดึงดูดการลงทุนด้านพลังงานสะอาดระดับโลก

4. ภาคการศึกษาจะคึกคักเพราะต้องผลิตบุคลากรใหม่จำนวนมาก

ในทางกลับกัน ไทยต้องเตรียมตัวกับอะไรบ้าง?

1. อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงเดิมอาจต้องปรับตัวครั้งใหญ่

2. ความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีอาจเพิ่มขึ้น

3. ต้องสร้างกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยรูปแบบใหม่

4. ภาครัฐต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นจะเกิดแรงต้าน

บทสรุปส่งท้าย ฟิวชันยังมาไม่ถึง แต่อนาคตมาถึงแล้ว

โทคาแมกอาจยังอยู่ไกลจากการเป็นแหล่งพลังงานในชีวิตประจำวัน แต่สิ่งที่มาถึงแล้วคือ ยุคใหม่ของการแข่งขันด้านเทคโนโลยีพลังงาน ประเทศที่เริ่มช้าจะตามไม่ทัน ประเทศที่เริ่มก่อนจะขึ้นเป็นผู้นำ คำถามสำคัญสำหรับไทยจึงไม่ใช่เราจะสร้างโทคาแมกได้ไหม แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุคพลังงานฟิวชันเราจะยืนอยู่ตรงไหนบนเวทีพลังงานโลก และบางทีคำตอบก็อาจเริ่มต้นจากการรู้จัก โทคาแมกให้มากขึ้น ในวันนี้นี่เอง

ดร.กฤษติยา โตม่วง

หัวหน้าหมวดศึกษาทั่วไป [email protected]

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง