ให้ AI ช่วยคิด แต่อย่าให้คิดแทน: การคิดเชิงวิพากษ์ในยุคที่มนุษย์ทำงานร่วมกับ AI

อาจารย์กัญณัฏฐ์ สุริยันต์
หัวหน้าสาขาวิชาธุรกิจดิจิทัล คณะดิจิทัล

บทนำ
ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ไม่ได้เข้ามาแทนที่บทบาทของมนุษย์ทั้งหมด แต่กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานและทักษะที่จำเป็นของมนุษย์ในยุคดิจิทัล ส่งผลให้งานที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงนำไปสู่คำถามสำคัญที่ว่า “มนุษย์ควรพัฒนาทักษะใดเพื่อรักษาคุณค่าและความสำคัญของตนเองในโลกการทำงานที่ AI มีบทบาทเพิ่มมากขึ้น” มากกว่าการตั้งคำถามเพียงว่า AI จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์หรือไม่ โดยหนึ่งในทักษะสำคัญที่มนุษย์จำเป็นต้องพัฒนา คือ ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ซึ่งเป็นความสามารถในการวิเคราะห์ ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล ตั้งคำถามอย่างมีเหตุผล และใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจอย่างรอบคอบ

ภาพที่ 1 บทบาทของมนุษย์และ AI 4 ขั้นตอน

AI เก่งอะไร และไม่เก่งอะไร
งานที่ต้องอาศัยการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก เช่น การสืบค้นข้อมูล การสรุปสาระสำคัญ การแปลภาษา และการจัดทำร่างเอกสารเบื้องต้น โดย AI สามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างคำตอบที่มีลักษณะน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ความสามารถดังกล่าวยังมีข้อจำกัดที่สำคัญ เนื่องจาก AI อาจสร้างข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ถูกต้อง แต่นำเสนอด้วยภาษาที่มีความมั่นใจและสมเหตุสมผล อีกทั้งอาจสะท้อนอคติที่แฝงอยู่ในข้อมูลที่ใช้ฝึกฝน ดังนั้น ผู้ใช้งานจึงยังคงมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบความถูกต้อง ประเมินความน่าเชื่อถือ และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์จากการนำ AI ไปประยุกต์ใช้
ข้อจำกัดดังกล่าวยิ่งมีความสำคัญในงานที่ต้องอาศัยความถูกต้องแม่นยำและมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะด้านการแพทย์ ซึ่งความผิดพลาดของอัลกอริทึมหรืออคติในข้อมูลที่ใช้พัฒนาระบบ AI อาจนำไปสู่การวินิจฉัยหรือการตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษาที่ไม่เหมาะสม และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง ทั้งนี้ Bentzen (2025) ได้เสนอข้อพิจารณาผ่านบทความแสดงทัศนะในวารสาร Clinical Oncology โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการนำ AI มาใช้ภายใต้การกำกับดูแลและการตรวจสอบของมนุษย์อย่างรอบคอบ พร้อมทั้งเตือนถึงความเสี่ยงของภาวะทักษะถดถอย (Deskilling) ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อบุคลากรพึ่งพา AI มากเกินไป จนส่งผลให้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การใช้วิจารณญาณ และการประเมินคุณภาพของผลลัพธ์จาก AI ลดลงในระยะยาว ประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพมิได้ขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ของมนุษย์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบ วิเคราะห์ และตัดสินใจใช้ผลลัพธ์จาก AI ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และมีความรับผิดชอบ

ทำไมการคิดเชิงวิพากษ์ยิ่งสำคัญในยุค AI
การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) หมายถึง ความสามารถในการตั้งคำถามอย่างมีเหตุผล การวิเคราะห์และตรวจสอบหลักฐาน การแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น ตลอดจนการประเมินข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจอย่างมีวิจารณญาณ แม้ว่าทักษะดังกล่าวจะมีความสำคัญต่อการเรียนรู้และการปฏิบัติงานมาอย่างต่อเนื่อง แต่การพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้ส่งผลให้ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์มีความจำเป็นเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในบริบทของการทำงานที่มนุษย์ต้องใช้ข้อมูลและผลลัพธ์จาก AI ประกอบการตัดสินใจ ทั้งนี้ รายงาน Future of Jobs Report 2025 ของ World Economic Forum ซึ่งสำรวจความคิดเห็นของนายจ้างมากกว่า 1,000 ราย ครอบคลุม 55 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ พบว่า นายจ้างประมาณร้อยละ 70 ให้ความสำคัญกับทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking) ในฐานะทักษะหลักที่จำเป็นต่อการทำงาน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการบุคลากรที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูล ประเมินสถานการณ์ และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (World Economic Forum, 2025) โดยความสำคัญของทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ในยุค AI สามารถอธิบายได้จากเหตุผลสำคัญ 3 ประการ ดังนี้
ประการแรก ปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและความจำเป็นในการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
ประการที่สอง การเปลี่ยนแปลงบทบาทของมนุษย์จากผู้ปฏิบัติงานไปสู่ผู้ตรวจสอบและตัดสินใจ
ประการที่สาม ความเสี่ยงต่อการลดลงของทักษะการคิดจากการพึ่งพา AI มากเกินไป
นอกจากนี้ แนวโน้มการยอมรับและการพึ่งพา AI ยังปรากฏในบริบทของการศึกษาระดับอุดมศึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย Ngo et al. (2025) ศึกษานักศึกษามหาวิทยาลัยในประเทศเวียดนามจำนวน 226 คน พบว่า ความไว้วางใจต่อ AI เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทัศนคติเชิงบวกในการใช้งาน โดยนักศึกษามีแนวโน้มมองว่าเนื้อหาที่สร้างขึ้นจาก AI มีความน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกัน อิทธิพลทางสังคม โดยเฉพาะความคิดเห็นและการสนับสนุนจากอาจารย์และเพื่อน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความตั้งใจในการใช้ AI ผลการศึกษาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้สอน ผู้บริหาร และหัวหน้างานมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมวัฒนธรรมการใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ โดยไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการสนับสนุนให้บุคลากรหรือผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีได้เท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสามารถในการตั้งคำถาม ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล วิเคราะห์ข้อจำกัด และประเมินผลลัพธ์จาก AI อย่างเป็นระบบ

แนวทางการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงวิพากษ์
แม้ว่าการพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการคิดวิเคราะห์และการใช้วิจารณญาณของมนุษย์ แต่ในอีกมุมหนึ่ง AI สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมและพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีการออกแบบกิจกรรมและกระบวนการใช้งานอย่างเหมาะสม โดยผลการวิจัยในประเทศไทยของวชิรวิทย์ สายโท และคณะ (2569) พบว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์เป็นฐานร่วมกับเทคโนโลยี Generative AI สามารถส่งเสริมความสามารถในการคิดเชิงวิพากษ์ของนักเรียนให้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สอดคล้องกับการศึกษาของ Demir และ Akar (2026) ในประเทศตุรกี ซึ่งดำเนินการวิจัยกึ่งทดลองกับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 36 คน โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านการรู้เท่าทันสื่อเป็นระยะเวลา 18 ชั่วโมง ผ่านการประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI เช่น ChatGPT และ Grammarly ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนกลุ่มทดลองมีทักษะการรู้เท่าทันสื่อสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการปกติ โดยมีขนาดอิทธิพลอยู่ในระดับสูง (Cohen’s d = 1.31) อีกทั้งนักเรียนยังแสดงพฤติกรรมการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลก่อนยอมรับหรือเชื่อถือข้อมูลมากขึ้น
จากผลการศึกษาข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า AI มิได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการปฏิบัติงานเท่านั้น แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะทางปัญญาของมนุษย์ได้ โดยเฉพาะการฝึกตั้งคำถาม การวิเคราะห์ข้อมูล การประเมินหลักฐาน และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ทั้งนี้ การพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ผ่านการใช้ AI สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวันและการปฏิบัติงาน โดยมีแนวทางสำคัญ 5 ประการ ดังนี้

  1. การฝึกคิดและวิเคราะห์ด้วยตนเองก่อนใช้ AI
  2. การตั้งคำถามและประเมินความน่าเชื่อถือของคำตอบจาก AI
  3. การตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ
  4. การใช้ AI เพื่อสร้างข้อโต้แย้งและมุมมองที่หลากหลาย
  5. การประยุกต์ใช้บริบทและวิจารณญาณของมนุษย์ในการตัดสินใจ
    กล่าวโดยสรุป การใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพควรตั้งอยู่บนหลักการที่ว่า AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการคิด มิใช่เครื่องมือทดแทนกระบวนการคิดและวิจารณญาณของมนุษย์ ผู้ใช้งานจึงควรมีบทบาทเป็นผู้กำหนดโจทย์ ตั้งคำถาม ตรวจสอบข้อมูล วิเคราะห์ทางเลือก และตัดสินใจด้วยตนเอง โดยใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพและขยายขอบเขตการเรียนรู้ มากกว่าการยอมรับผลลัพธ์จาก AI โดยปราศจากการพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ การส่งเสริมให้ผู้เรียนและบุคลากรสามารถใช้ AI ควบคู่กับทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ จะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพ และสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

เอกสารอ้างอิง
วชิรวิทย์ สายโท, ณัฐพล รำไพ, และสูติเทพ ศิริพิพัฒนกุล. (2569). การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมโดยใช้สถานการณ์เป็นฐานร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้างในรายวิชาพระพุทธศาสนา เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคิดเชิงวิพากษ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารส่งเสริมและพัฒนาวิชาการสมัยใหม่, 4(3), 623–635. https://so12.tci-thaijo.org/index.php/MADPIADP/article/view/7333
Bentzen, S. M. (2025). Artificial intelligence in health care: A rallying cry for critical clinical research and ethical thinking. Clinical Oncology, Article 103798. https://doi.org/10.1016/j.clon.2025.103798
Demir, R., & Akar, C. (2026). Transforming clicks into critical thinking: An AI-based media literacy program for children. International Journal of Artificial Intelligence in Education, 36, Article 100002. https://doi.org/10.1016/j.ijaied.2026.100002
Ngo, T. T. A., Vo, T. T. A., & Phan, M. T. (2025). The psychology of AI adoption in education: University students’ intentions to use large language models for learning from a TAM and TPB perspective. Acta Psychologica, 261, Article 105789. https://doi.org/10.1016/j.actpsy.2025.105789
World Economic Forum. (2025). The future of jobs report 2025. https://www.weforum.org/publications/the-future-of-jobs-report-2025/

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง